วิธีคำนวณอายุครรภ์ มีกี่วิธี อะไรบ้าง

คำนวณอายุครรภ์

คุณแม่มือใหม่หลายคนมักจะถูกถามบ่อย ๆ ว่าอายุครรภ์เท่าไหร่แล้ว ซึ่งคุณแม่อาจจะไม่รู้ว่ากำลังตั้งครรภ์ได้กี่เดือนแล้ว วันนี้เราเลยมีวิธีคํานวณอายุครรภ์มาฝาก จะมีกี่วิธีนั้นเรามาดูกันเลย

ทำไมต้อง คำนวณอายุครรภ์

การนับหรือการคํานวณอายุครรภ์ทำให้คุณแม่ทราบถึงวันกำหนดคลอดของลูกน้อย อีกทั้งการนับอายุครรภ์ยังช่วยทำให้คุณแม่สามารถดูแลสุขภาพของตัวเองได้เป็นอย่างดี ตามช่วงอายุครรภ์และอาการคนท้องอีกด้วย

คํานวณอายุครรภ์ แบบไหนได้บ้าง

การคํานวณอายุครรภ์จะคำนวณได้ 2 แบบดังนี้

1.กรณีประจำเดือนมาสม่ำเสมอ 

ในกรณีที่คุณแม่เป็นคนที่มีสุขภาพแข็งแรงมีประจำเดือนมาอย่างสม่ำเสมอ มีอาการคนท้องปกติ จะมีวิธีนับคือ จะมากกว่าอายุของตัวอ่อนในครรภ์จริง ๆ อยู่ที่ประมาณ 2 สัปดาห์ ซึ่งประจำเดือนที่มาอย่างสม่ำเสมอคือ จะต้องมาปกติทุก ๆ 28 วัน

คำนวณอายุครรภ์

 

 

2.กรณีประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอ

ประจำเดือนที่มาไม่สม่ำเสมอคือ การมีรอบเดือนที่นานกว่า 28 วัน หรือหากคุณแม่จำไม่ได้ว่าประจำเดือนครั้งสุดท้ายมาเมื่อไหร่ คุณหมอก็จะทำการตรวจนับอายุครรภ์ให้คุณแม่ด้วย การตรวจคลื่นเสียงความถี่สูง หรือที่เรียกกันว่า อัลตร้าซาวด์ เพื่อเป็นการวัดขนาดถุงการตั้งครรภ์ และความยาวของทารกจากนั้นคุณหมอก็จะทำการคํานวณอายุครรภ์

คำนวณอายุครรภ์

การคํานวณอายุครรภ์นั้นถือเป็นสิ่งสำคัญอย่างมาก เพราะเมื่อคุณแม่ทราบอายุครรภ์ของตัวเองแล้วคุณหมอก็จะให้คำแนะนำในการดูแลสุขภาพ รับมือกับอาการคนท้อง รวมถึงการโภชนาการระหว่างตั้งครรภ์จนคลอดอีกด้วย ที่สำคัญคุณหมอจะนัดคุณแม่มาตรวจครรภ์ตามคํานวณอายุครรภ์พร้อมกับการให้ยาเพื่อบำรุงอีกด้วย ดังนั้นการนับอายุครรภ์จึงจำเป็นมากที่คุณแม่จะต้องรู้ เพราะหากคุณแม่ไม่รู้เลยว่าคํานวณอายุครรภ์เท่าไหร่แล้วการดูแลสุขภาพของคุณแม่ก็จะไม่ถูกต้อง ซึ่งแน่นอนว่าส่งผลเสียถึงลูกน้อยในครรภ์แน่นอน

วิธีคํานวณอายุครรภ์ถือเป็นเรื่องที่สำคัญและเป็นเรื่องที่ดีต่อคุณแม่อย่างมาก ดังนั้นไม่ว่าคุณแม่จะมีประจำเดือนแบบไหนจะมาแบบปกติหรือไม่ปกติ หรือจำไม่ได้เลยว่าประจำเดือนมาสุดท้ายเมื่อไหร่ คุณแม่ไม่ต้องกังวลเพราะเพียงแค่คุณแม่รู้ว่าคุณแม่ตั้งครรภ์ให้คุณแม่รีบพบแพทย์ทันที เพื่อทำการตรวจครรภ์ซึ่งคุณหมอจะช่วยคำนวณอายุครรภ์ให้คุณแม่ได้อย่างแม่นยำแน่นอน และเมื่อคุณแม่ทรายอายุครรภ์แล้วให้คุณแม่ดูแลสุขภาพให้ดีและที่สำคัญต้องพบแพทย์ตามนัดทุกครั้ง เพื่อเป็นการดูแลลูกน้อยในครรภ์ให้มีสุขภาพที่แข็งแรงอยู่ตลอดเวลา นอกจากนี้คุณแม่ต้องให้ความสำคัญในเรื่องของการทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ด้วย